และแล้วก็ถึงเวลาได้นั่งเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือเจ้าปลาวาฬ เครื่องบิน แอร์บัส A380 ซักที
ถือโอกาสมารีวิว แบบ eco ให้ได้ติดตามชม เพื่อเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย
หาประวัติความเป็นมาของเจ้าเครื่องนี้มาให้อ่านกันครับ
เครื่องบิน แอร์บัส A380 เป็นเครื่องบินห้องโดยสารสองชั้นขนาดใหญ่ ผลิตโดยแอร์บัสแอสอาแอส เครื่องบินสี่เครื่องยนต์ลำนี้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 800 คน หรือ 500 คนถ้าวางที่นั่งแบบ 3 ชั้นผู้โดยสารตามเครื่องบินพาณิชย์ปกติ เครื่องบินรุ่นนี้ได้ผ่านกำหนดการทดสอบการบินเที่ยวแรกในวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2548 โดยบินขึ้นจากเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส และได้ส่งมอบให้สิงคโปร์แอร์ไลน์เป็นสายการบินแรกเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2550
วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2549 เครื่องบินแอร์บัส เอ 380 ลำทดสอบหมายเลข F-WXXL เที่ยวบินที่ AIB 002 มีกำหนดมาบินทดสอบที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก ลงจอดเวลาประมาณ 13:00 น. และเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 7 ธันวาคม เวลาประมาณ 12:00 น
วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550 เครื่องบินแอร์บัส เอ 380 เที่ยวบินพิเศษ AIB-701 เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ-ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้โดยสารประกอบด้วยสื่อมวลชนและแขกรับเชิญ เพื่อเป็นการสาธิตการบินในทวีปเอเชียและประเทศไทย เกิดอุบัติเหตุขณะใช้รถลากจูงออกจากอาคารจอดเครื่องบิน ปลายปีกไปเฉี่ยวกับประตูโรงจอดเสียหายเล็กน้อย บริเวณใบส่งตัวรับลมปลายปีก หรือ วิงเล็ต วิศวกรตรวจสอบแล้วเห็นว่าอาจทำให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงขึ้น แต่ไม่มีผลต่อความปลอดภัยระหว่างการบิน จึงถอดชิ้นส่วนนั้นออก และทำการบินไปจังหวัดเชียงใหม่ตามปกติ
ทีีมา
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%AA_%E0%B9%80%E0%B8%AD_380ก่อนที่เราจะมานั่งเจ้าปลาวาฬ A380 กันเราก็ต้องมาสนามบินสุวรรณภูมิความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติกันก่อน

มาแต่เช้าคนยังเงียบๆ อยู่เลยครับ ถึงเวลาเครื่องจะออกคนเต็มลำครับ

หันไปมองงวงช้างที่จะเทียบท่า ที่เดินเข้าไปในเครื่อง A380 มี 2 ช่อง เป็นชั้นบนเป็น FC กับ BC และชั้นล่างเป็น Eco

แอบดู App ให้ iPhhone4 ที่โหลดมา เพื่อดูและติดตามเครื่องบิน ตอนนี้เครื่องบินมาถึงพม่าแล้วครับ

A380 ที่บินจากดูไปบินมารับเพื่อไปฮ่องกงแล้ว ใหญ่โตดีจริงๆ ครับ

และแล้วก็มาเทียบท่า เนื่องจากเครื่องบินใหญ่มากการขึ้นเครื่องเค้าจะให้ขึ้นเป็น Zone ไป คนที่ได้นั่งหลังเครื่องจะได้ขึ้นก่อน ผมเลือกนั่งหลังเพราะจะได้เห็นปีกใหญ่ๆ (Frist Class กับ Biz ได้ขึ้นก่อนด้วยครับ) ส่วนใครอยากจะเห็นวิวก็ให้เลือกที่นั่งหัวกับท้ายนะครับ เพราะกลางๆ จะเห็นแต่ปีกของเครื่องA380 ขอบอกว่าเป็นเครื่องที่บินใหญ่มากๆ


ถ่ายมุมบังคับมาให้ครับ เห็นใครๆ เค้าก็ถ่ายกันเวลารีวิว
เดินมาในเครื่อง มานั่งที่ของเรา จะเห็นอะไรบ้าง
เริ่มจาก ทีวีจอใหญ่มาก ครบครันทั้งเกม ทีวิี หนังชนโรง ให้เราได้เลือกชมกัน


ชอบมุมนี้ที่สุด ผมว่ามันแจ่มดี

ด้านข้างเอาหัวโผล่ไปทักทายเบาะข้างหน้าได้สบายครับ

ช่องระหว่างเบาะไม่มีปัญหาสำหรับผม เข่าคนข้างๆ สูง 183 ซม. ก็พอดีๆ นั่งสบายมากครับ

ชอบมากเมื่อ iPhone อ่อนแรง ก็สามารถชาร์จไฟได้ครับ

มองออกไปนอกหน้าต่าง

อาหารอร่อยครับ เอ๊!! หรือเราหิวหว่า

มีข้อมูลการบินแบบละเอียดให้เราได้รู้ บอกพิกัด ความสูง ความเร็ว เวลาที่เหลือเหมือนนับถอยหลังว่าเราจะถึงจุดหมายปลายทางเมื่อไหร่

มีหนังชนโรงด้วย เยี่ยมจริงๆ บางเรื่องเมืองไทยยังไม่เข้าเลย บนเครื่อง EK A380 ได้ดูแล้ว
มาดูห้องน้ำกันบ้างดีกว่า

มีไฟบอกสถานะว่าห้องไหนว่างบ้าง จะได้ไม่ต้องไปยืนรอหน้าห้องน้ำครับ

อ่างล้างมือ

มีเลือกน้ำร้อนน้ำเย็นได้อีกด้วย

มีน้ำหอมไว้พรม และครีมทามือ มันคือโรงแรมลอยไฟจริงๆ

สำหรับคุณแม่ใครมาเปลี่ยนผ้าอ้อมก็สะดวกครับ พร้อมทุกอย่าง
สมกับการรอคอยที่ได้ไปนั่งเจ้าวาฬ A380 ครับ
Emirates เปลี่ยนมาใช้ A380 BKK-HKG-BKK มาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2010 แล้วครับ สำหรับไทยเป็นที่แวะกลางทางเพราะเค้าบินมาจากดูไบอีกที
ใครจะไปฮ่องกงกับสายการบิน emirate ผมว่าคุ้มมากๆ ถ้าอยากจะมาลองนั่ง A380 ลำนี้ ยังไงเช็คก่อนนะครับว่าวันที่เราจะบิน ได้บินกับ A380 หรือเปล่า
เพราะมีบางเที่ยวที่อาจจะใช้เครื่องอื่นบินแทนครับ
ดูรูป A380 เพิ่มเติมได้ที่
http://www.flickr.com/photos/tepuluko/sets/72157625759770934/ขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทางครับ